วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552
อริยสัจ ๔ การวิเคราะห์ในหลักพุทธศาสนา
อริยสัจ ๔
ความจริงอันประเสริฐ,การแก้ปัญหาชีวิต
เป็นหลักปฏิบัติ เหตุ-ผล หัวใจของพุทธศาสนา
ทุกข์
ไม่สบายใจ,เศร้าเสียใจ,การมีลาภยศ (กำหนดรู้)
สมุทัย
สาเหตุเกิดทุกข์,มีตัณหา,กรรม (ต้องละ)
นิโรธ
ความดับทุกข์,กิเลส,พยาบาท (ต้องบรรลุ)
มรรค
ปฏิบัติเป็นเหตุให้ดับทุกข์ “สัมมาทิฏฐิ” (ต้องเจริญ, มีขึ้น)
ตัวอย่างการนำหลักธรรมทางศาสนา “อริยสัจ ๔” มาวิเคราะห์, แก้ปัญหาในชีวิต
มีความกังวลที่จะสอบไม่ผ่าน
ทุกข์
โดนพ่อ,แม่ ว่า เกิด อาการอายไม่อยากไปโรงเรียน ถึง กับต้องหนีเรียนในวิชาที่สอบไม่ผ่าน
สมุทัย
ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่มีการนำบทเรียนนำกลับมาทบทวนใหม่ ไม่เห็นความสำคัญของหนังสือ หรือ อ่านแล้วไม่เข้าใจและเบื่อ ในเนื้อหา
นิโรธ
อ่านหนังสือ และ ทำความเข้าใจ หมั่น ทำแบบฝึกหัด
มรรค
เราจะมีความสุขที่สอบผ่าน และมีหลักการอ่านหนังสือที่ถูกต้อง แต่ถ้า ไม่ผ่านก็ต้องหาทากแก้ไขใหม่ คือ การเรียนด้วยความเข้าใจอยู่ตลอกเวลา
ความจริงอันประเสริฐ,การแก้ปัญหาชีวิต
เป็นหลักปฏิบัติ เหตุ-ผล หัวใจของพุทธศาสนา
ทุกข์
ไม่สบายใจ,เศร้าเสียใจ,การมีลาภยศ (กำหนดรู้)
สมุทัย
สาเหตุเกิดทุกข์,มีตัณหา,กรรม (ต้องละ)
นิโรธ
ความดับทุกข์,กิเลส,พยาบาท (ต้องบรรลุ)
มรรค
ปฏิบัติเป็นเหตุให้ดับทุกข์ “สัมมาทิฏฐิ” (ต้องเจริญ, มีขึ้น)
ตัวอย่างการนำหลักธรรมทางศาสนา “อริยสัจ ๔” มาวิเคราะห์, แก้ปัญหาในชีวิต
มีความกังวลที่จะสอบไม่ผ่าน
ทุกข์
โดนพ่อ,แม่ ว่า เกิด อาการอายไม่อยากไปโรงเรียน ถึง กับต้องหนีเรียนในวิชาที่สอบไม่ผ่าน
สมุทัย
ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่มีการนำบทเรียนนำกลับมาทบทวนใหม่ ไม่เห็นความสำคัญของหนังสือ หรือ อ่านแล้วไม่เข้าใจและเบื่อ ในเนื้อหา
นิโรธ
อ่านหนังสือ และ ทำความเข้าใจ หมั่น ทำแบบฝึกหัด
มรรค
เราจะมีความสุขที่สอบผ่าน และมีหลักการอ่านหนังสือที่ถูกต้อง แต่ถ้า ไม่ผ่านก็ต้องหาทากแก้ไขใหม่ คือ การเรียนด้วยความเข้าใจอยู่ตลอกเวลา
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552
Emploi des Modes
Modes
มาลาเป็นประเภททางไวยากรณ์ที่บ่งบอกว่าคำกริยาอยู่ในรูปของเจตคติอย่างไรจากมุมมองของผู้พูด เช่น มั่นใจ คาดคะเน ไม่แน่ใจ สมมติขึ้น เป็นต้น มาลาเป็นลักษณะสำคัญของกริยาในยุโรป ดังจะเห็นได้จากการที่กริยามีการผันรูปไปตามมาลาต่างๆ
ในภาษาฝรั่งเศสมีอยู่ 6 มาลา เช่น
Mode indicatif เป็นมาลาที่แสดงว่ามีการกระทำหรือมีสภาวะของกริยาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง
Mode conditionnel เป็นมาลาที่แสดงว่ามีการกระทำนั้นจะสำเร็จลงได้ด้วยเงื่อนไขบางประการ
Mode imperatif เป็นมาลาแสดงคำสั่ง หรือการห้าม คำแนะนำ ความปรารถนา การสมมุติ คำอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
Mode subjonctif เป็นประโยคที่สมบูรณ์โดยตัวเอง เป็นการสมมุติ แสดงคำสั่ง หรือการห้าม คำแนะนำ ความปรารถนา และในประโยคขยายความ เช่น แสดงความตั้งใจ ความสงสัย ความรู้สึกของจิตใจ
Mode infinitif เป็นรูปกริยาที่แสดงการกระทำ โดยไม่แสดงรูปบุรุษและพจน์ มีบทบาทเช่นนาม และทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ทุกอย่างได้เหมือนกับนาม
Mode participe เป็นรูปกริยาที่เป็นได้ทั้งกริยาและเป็นคุณศัพท์ได้ด้วย บางครั้งใช้แสดงการกระทำหรือสภาพ บางครั้งใช้แสดงคุณสมบัติ
Mode indicatif
= S+V (Conjugation du Temps) +A+O
Mode conditionnel
= 1.Present = Si+Imparfait+Conditionnel present (หน้าเป็น Futur simple-หลังเป็น Imparfait)
2.Passe = Si+Plus-que-parfait+Conditionnel passé
Mode imperatif
= V (Conjugation du Temps) +A+O
Mode subjonctif
= ใช้กริยาในรูป Present ของ ils ตัดส่วนต่อท้าย ent ทิ้งแล้วตัดส่วนต่อท้าย e/es/e/ions/iez/ent.
มาลาเป็นประเภททางไวยากรณ์ที่บ่งบอกว่าคำกริยาอยู่ในรูปของเจตคติอย่างไรจากมุมมองของผู้พูด เช่น มั่นใจ คาดคะเน ไม่แน่ใจ สมมติขึ้น เป็นต้น มาลาเป็นลักษณะสำคัญของกริยาในยุโรป ดังจะเห็นได้จากการที่กริยามีการผันรูปไปตามมาลาต่างๆ
ในภาษาฝรั่งเศสมีอยู่ 6 มาลา เช่น
Mode indicatif เป็นมาลาที่แสดงว่ามีการกระทำหรือมีสภาวะของกริยาที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง
Mode conditionnel เป็นมาลาที่แสดงว่ามีการกระทำนั้นจะสำเร็จลงได้ด้วยเงื่อนไขบางประการ
Mode imperatif เป็นมาลาแสดงคำสั่ง หรือการห้าม คำแนะนำ ความปรารถนา การสมมุติ คำอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
Mode subjonctif เป็นประโยคที่สมบูรณ์โดยตัวเอง เป็นการสมมุติ แสดงคำสั่ง หรือการห้าม คำแนะนำ ความปรารถนา และในประโยคขยายความ เช่น แสดงความตั้งใจ ความสงสัย ความรู้สึกของจิตใจ
Mode infinitif เป็นรูปกริยาที่แสดงการกระทำ โดยไม่แสดงรูปบุรุษและพจน์ มีบทบาทเช่นนาม และทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ทุกอย่างได้เหมือนกับนาม
Mode participe เป็นรูปกริยาที่เป็นได้ทั้งกริยาและเป็นคุณศัพท์ได้ด้วย บางครั้งใช้แสดงการกระทำหรือสภาพ บางครั้งใช้แสดงคุณสมบัติ
Mode indicatif
= S+V (Conjugation du Temps) +A+O
Mode conditionnel
= 1.Present = Si+Imparfait+Conditionnel present (หน้าเป็น Futur simple-หลังเป็น Imparfait)
2.Passe = Si+Plus-que-parfait+Conditionnel passé
Mode imperatif
= V (Conjugation du Temps) +A+O
Mode subjonctif
= ใช้กริยาในรูป Present ของ ils ตัดส่วนต่อท้าย ent ทิ้งแล้วตัดส่วนต่อท้าย e/es/e/ions/iez/ent.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


